ปัญหาสุขภาพของคนวัยทำงาน




ในหนึ่งวันของคนวัยทำงานมักเริ่มต้นด้วยการตื่นมาอย่างรีบเร่งเพื่อจะเดินทางไปทำงานให้ทันเวลา หากที่ทำงานอยู่ใกล้บ้านก็จะใช้เวลาเดินทางไม่นานมากนัก แต่สำหรับใครที่อยู่ไกลหน่อยก็จะต้องฝ่าฟันการจราจรทั้งขาไปและขากลับ อีกทั้งคนวัยนี้จะต้องทุ่มเทให้กับการทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงอีกต่างหาก
จึงไม่แปลกใจสักเท่าไรที่คนวัยทำงานต่างละเลยการดูแลสุขภาพโดยรวมของตนไป ทั้งพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่พิถีพิถันในการเลือกทานอาหาร ที่สำคัญมีความเครียดสูง โดยที่บางคนอาจไม่รู้ตัวด้วยว่าลึกๆ แล้วตนเองกำลังสะสมความเครียดไว้อยู่ ความเครียดจึงเป็นตัวการสำคัญของปัญหาสุขภาพทั้งหลายที่เข้ามารุมเร้า ทั้งที่คุณสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าไปจนถึงระบบภายในร่างกายที่เรามองไม่เห็น ซึ่งปัญหาสุขภาพที่พบมากในวัยทำงานได้แก่

ออฟฟิศซินโดรม

ไม่พูดถึงโรคนี้คงไม่ได้ เพราะร้อยละ 60 ของคนวัยทำงานต่างเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม เนื่องจากด้วยวิถีการทำงานที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ขยับเขยื้อนตัวน้อย จนทำให้ร่างกายเกิดความเครียด เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวและมีอาการปวดตึงที่คอ บ่า ไหล่ หลัง ไปจนถึงขา เมื่อเกิดอาการเช่นนี้ซ้ำๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานจนมีอาการรุนแรงมากขึ้น จะทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือกดทับเส้นประสาทได้

โรคอ้วน

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นคนในวัยทำงานมีการเคลื่อนไหวน้อย และมีความเครียดเข้ามาตลอดเวลา เมื่อเกิดความเครียดร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้น ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดจะสั่งให้ร่างกายเกิดความหิวได้ง่ายขึ้น และคุณจึงเลือกที่จะทานขนมที่มีน้ำตาลมากเป็นตัวเลือกแรกๆ นั่นเป็นเพราะร่างกายต้องการอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต อาหารที่ให้พลังงานสูง และน้ำตาลสูง จึงทำให้อ้วนขึ้นและยิ่งร่างกายขยับเขยื้อนน้อย ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ก็ยิ่งอ้วนง่ายขึ้นไปอีก ซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายต่างๆ ตามมา

ความดันโลหิตสูง

ต่อเนื่องมาจากโรคอ้วน โดยส่วนมากหากเป็นโรคอ้วนแล้ว มักจะพ่วงมาด้วยโรคความดันโลหิตสูง เพราะคนที่เป็นโรคอ้วน หลอดเลือดแดงมักตีบหรือตันด้วยไขมันที่เกาะในเส้นเลือด เนื่องจากการทานของมันของทอดเป็นตัวการหลักที่จะทำให้ไขมันเพิ่มมากขึ้นจนเกาะตามผนังหลอดเลือด ประกอบกับความเครียดที่ทำให้หลอดเลือดของคนวัยทำงานหดเกร็งจนตีบ หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันเลยสูงขึ้นตามมา ซึ่งสถานการณ์โรคความดันโลหิตทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นทุกปีและคาดว่าในปี 2568 ความชุกของผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.56 พันล้านคนถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงเลยทีเดียว

โรคหลอดเลือดหัวใจ

หากคุณเป็นโรคความดันโลหิตสูงส่วนมากปัญหาสุขภาพที่ตามมาไม่ห่างกันคือ “สุขภาพหัวใจที่อ่อนแอ” เพราะสาเหตุของความดันโลหิตสูงมักมาจากหลอดเลือดแดงที่ตีบแคบลง เนื่องจากอาหารที่มีไขมันมากไปอุดตันในเส้นเลือดรวมทั้งความเครียดก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน เมื่อทางเดินของเลือดแคบลง จึงทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่สะดวกรวมถึง “กล้ามเนื้อหัวใจ” อาจได้รับเลือดไม่เพียงพอ จนทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย เจ็บหรือแน่นหน้าอก
ซึ่งสอดคล้องกับ นพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงปัญหาสุขภาพของคนวัยทำงานว่า ปัจจุบันมีวัยทำงานราว 15 ล้านคน อยู่ในระบบประกันสังคม ส่วนใหญ่มีภาวะเครียดสะสม ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาหนึ่งในนั้นคือโรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งรวมถึงโรคหัวใจด้วย เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตในที่ทำงานไม่ต่ำกว่าวันละ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่เป็นตัวแปรสำคัญให้คนในวัยนี้เครียดสะสมนั่นเอง

ไมเกรน

อีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่คนวัยทำงานไม่มากก็น้อยเข้าใจกันเป็นอย่างดี ด้วยอาการปวดหัวข้างเดียวหรือสองข้าง บางคนอาจมีอาการนำก่อนมีอาการปวดเช่น ปวดกระบอกตา เห็นแสงสว่างจ้าหรืออ่อนแรง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย การสูบบุหรี่ หรือสาเหตุหลักที่มาจาก “ความเครียด” เมื่อเกิดความเครียดสมองจะหลั่งสารเคมีตัวหนึ่งชื่อ เซโรโทนิน (Serotonin) ส่งผลให้หลอดเลือดขยายและโป่งตัวออก จึงทำให้เกิดอาการปวดหัวนั่นเอง

โรคกระเพาะอาหาร

ด้วยจำนวนงานที่ถามโถมเข้ามา อาจทำให้หลายคนทานข้าวไม่เป็นเวลาอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งการทานข้าวไม่เป็นเวลาจะส่งผลให้ร่างกายเครียด ยิ่งทำงานหนักไม่มีเวลาก็จะยิ่งเครียดมากขึ้นไปอีก อาการแรกเริ่มจะสังเกตได้ว่าเรอบ่อย ปวดแสบช่องท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือเสียดทรวงอกหลังทานอาหารเสร็จ ที่เป็นเช่นนี้เพราะร่างกายหลั่งน้ำย่อยออกมามากผิดปกติจนกัดกระเพาะอาหาร ถ้าเป็นบ่อยครั้งอาจทำให้เลือดออกในกระเพาะอาหารได้ ซึ่งอาจพบการถ่ายอุจจาระเป็นเลือดหรือเป็นสีดำคือสัญญาณความรุนแรงของโรคดังกล่าว

โรคซึมเศร้า

ชื่อโรคนี้เรามักจะได้ยินจากสื่อมากมายที่ออกมาเจาะประเด็นในโรคนี้มากขึ้น เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมามีข่าวการทำร้ายร่างกายตนเอง ที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสังคมจึงให้ความสำคัญกับโรคซึมเศร้ามากขึ้น มีการให้ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ มากมาย ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันทั่วโลกมีคนเป็นโรคซึมเศร้าถึง 300 ล้านคนคิดเป็นเกือบ 4% ของทั้งโลกเลยทีเดียว ส่วนในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้มากถึง 1.5 ล้านคน คิดเป็น 2.2 % ของคนไทยทั้งหมด และมีการฆ่าตัวตายสำเร็จถึง 4,000 คนต่อปี “ในปัจจุบันพบคนวัยทำงานทั่วโลก อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปเสี่ยงเป็นโรคนี้ เนื่องจากสาเหตุของการเกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) เกิดความวิตกกังวล ความเครียด ทำให้จิตใจหดหู่ นำไปสู่โรคซึมเศร้าได้” นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

บอกลาปัญหาสุขภาพ โดยเริ่มจากการทานสารอาหารที่ดี

ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมการทานอาหารคือปัจจัยหลักที่จะทำให้สุขภาพดี หากทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารนั้นจะกลับมาเป็น ‘ยา’ รักษาร่างกายให้แข็งแรงได้ ซึ่งในวัยทำงานจำเป็นต้องทานอาหารที่ดีและครบถ้วนอยู่เสมอโดยเฉพาะ 2 สารอาหารดังต่อไปนี้

วิตามินและเกลือแร่รวม : เพราะคนวัยทำงานต้องใช้พลังงานและความคิดเยอะ จึงเสี่ยงต่อการขาดวิตามินและเกลือแร่อาจมีอาการเหนื่อยง่ายและอ่อนเพลีย อีกทั้งการทานอาหารแบบจานด่วน ไม่พิถีพิถันในการเลือกทานอาหารยิ่งมีโอกาสขาดวิตามินและเกลือแร่ได้ การเสริมด้วยสารอาหารอย่างครบถ้วนนี้จะช่วยป้องกันการขาดวิตามินและเกลือแร่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย พร้อมลุยงานอย่างเต็มที่

วิตามินบีปริมาณสูง : เมื่อเผชิญกับความเครียดจากการทำงาน มีโอกาสที่จะมีอาการมึนงง สมองตื้อ อ่อนเพลีย เนื่องจากเมื่อเครียด ร่างกายจะดึงสารอาหารที่อยู่ในร่างกายรวมทั้งวิตามินบีจำนวนมากมาเปลี่ยนเป็นพลังงานนั่นเอง การเสริมวิตามินบีปริมาณสูงจึงช่วยป้องกันอาการเหล่านี้ได้ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมองให้ฉับไวมากขึ้นและปลอดโปร่ง สดชื่น อีกทั้งช่วยลดเครียดได้ด้วย

นอกจากการเสริมวิตามินและแร่ธาตุรวมอย่างครบถ้วนที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันไม่ให้ป่วยง่าย รวมถึงเสริมวิตามินบีปริมาณสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสมองให้ดียิ่งขึ้นแล้ว การดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ งดการสูบบุหรี่และดื่มเหล้า ควบคู่กันจะช่วยลดปัญหาสุขภาพในวัยทำงานให้หมดไป…

Related Post

อาหารต้องห้ามกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะบ่อยๆอาหารต้องห้ามกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะบ่อยๆ



บางวันที่ไม่ได้ดื่มน้ำมาก แต่เข้าห้องน้ำบ่อยจนบางครั้งก็รบกวนการทำงานจนไม่มีสมาธิกับการทำงานเท่าที่ควร นั่นอาจเป็นเพราะวันนั้นสาวๆ ได้ทานอาหารบางชนิดที่มีส่วนไปกระตุ้นทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยก็ได้ มาลองดูอาหารที่ทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยกันค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง 1.อาหารสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูปทั้งบะหมี่ถ้วยหรืออาหารกระป๋อง จะมีส่วนผสมของผงชูรส สารแต่งกลิ่น และสี ซึ่งสารเหล่านี้มีส่วนในการกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากอาหารเหล่านี้จะให้ประโยชน์แก่ร่างกายเพียงน้อยนิดแล้ว ยังทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยอีกด้วย 2.เครื่องปรุง ไม่ว่าจะเป็นพริกป่น น้ำส้ม น้ำปลา มายองเนส หรือมัสตาร์ด ล้วนมีกรดและสารกระตุ้นให้กระเพาะปัสสาวะทำงานหนัก ส่งผลให้สาวๆ ต้องเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะบ่อยๆ นั่นเอง 3.หัวหอม หัวหอมเป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรงและมีฤทธิ์กระตุ้นกระเพาะปัสสาวะ ทำให้มีอาการปวดปัสสาวะบ่อยเช่นกัน 4.สารให้ความหวาน สารให้ความหวานทุกชนิด หรือแม้แต่น้ำตาลก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย แต่ทั้งนี้ร่างกายก็อาจจะต้านทานสารให้ความหวานบางชนิดได้เช่นกัน

อาหารเสริม อาหารเสริม 



อาหารเสริม คือ สารอาหารที่ใช้รับประทานเพิ่มเติมจากมื้ออาหารหลัก อาจใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หรือเพื่อบำรุงสุขภาพ ส่วนสารอาหารที่มักถูกนำมาทำเป็นอาหารเสริม ได้แก่ วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน พืช ผัก สมุนไพรต่างๆ เป็นต้น อาหารเสริมถูกผลิตออกมาให้สามารถรับประทานได้ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเม็ด แบบแคปซูล แบบผง หรือแบบน้ำ โดยอาหารเสริมอาจเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการรักษาทางการแพทย์ ที่ผู้ป่วยต้องรับประทานภายใต้การดูแลจากแพทย์เท่านั้น หรืออาจถูกวางจำหน่ายตามร้านขายยา ซึ่งผู้บริโภคควรรับประทานตามคำแนะนำของเภสัชกรและข้อบ่งชี้ที่ระบุบนฉลากอย่างเคร่งครัด ทำไมต้องรับประทานอาหารเสริม การรับประทานอาหารเสริมอาจช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมเพิ่มเติมจากสารอาหารที่ได้รับจากมื้ออาหาร เพราะสารอาหารที่จำเป็นต่อกระบวนการเจริญเติบโตของร่างกายหรือการมีสุขภาพดีโดยส่วนใหญ่ สามารถหาได้จากการรับประทานอาหารให้ครบโภชนาการทั้ง 5