ฮอร์โมนเพศชาย ‘เทสโทสเตอโรน’ ลดลงจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของผู้ชาย?




ฮอร์โมนเพศชาย ‘เทสโทสเตอโรน’ ลดลงจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของผู้ชาย?
 ผลกระทบจากสาเหตุการลดลงของฮอร์โมนเพศในผู้ชาย จะถูกส่งผ่านไปยังความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และการแสดงอารมณ์ รวมทั้งเรื่องสมรรถภาพทางเพศ ไม่ว่าจะเป็น

– ความต้องการ และสมรรถภาพทางเพศลดลง

– ร่างกายผลิตอสุจิได้น้อยลง

– หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ

– เหนื่อยง่าย ไม่มีเรี่ยวแรง

– ไม่สดชื่นกระชุ่มกระชวย

– อ้วนลงพุง กล้ามเนื้อลีบเล็ก

– เสี่ยงกับภาวะโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต และไขมันสูง ฯลฯ

ฮอร์โมนเพศชาย ‘เทสโทสเตอโรน’ กับการสร้างอสุจิ

เทสโทสเตอโรน หรือฮอร์โมนของเพศชาย ทำหน้าที่สำคัญกระตุ้นให้แสดงลักษณะความเป็นชาย ซึ่งรวมไปถึงความต้องการทางเพศ การสร้างเชื้ออสุจิ โดยสมองจะควบคุมการผลิตฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน เมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศชายได้ไม่เพียงพอ จึงส่งผลต่อสุขภาพของเพศชาย เช่น อารมณ์แปรปรวน เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อารมณ์ทางเพศลดลง รวมถึงการสร้างอสุจิลดลง

ฮอร์โมนเพศชาย ‘เทสโทสเตอโรน’ กับการมีบุตรยาก

ฮอร์โมนเพศชายต่ำ (Low Testosterone) คือความผิดปกติของการมีฮอร์โมนเพศชายต่ำกว่าค่าปกติ ซึ่งถ้าพบปัญหานี้ จะสัมพันธ์โดยตรงกับภาวะมีลูกยาก เพราะจะส่งผลให้การผลิตอสุจิน้อยลง ส่วนผลทางอ้อม ก็คือ ทำให้ความต้องการทางเพศลดลง สมรรถภาพทางเพศลดลง อวัยวะเพศไม่แข็งตัว

ทำอย่างไรหากต้องการให้ฮอร์โมนเพศชาย ‘เทสโทสเตอโรน’ กลับคืนมา?

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบฮอร์โมนเพศชายทั่วโลกได้ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับการแก้ปัญหานี้ได้ว่า “การลดลงของฮอร์โมนเพศชาย ถือเป็นกลไกของร่างกายปกติ หากแต่มีพฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่างที่จะเป็นตัวไปเร่งให้ฮอร์โมนเพศชาย ลดลงมากยิ่งขึ้น เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การพักผ่อนน้อย ความเครียด การทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ รวมถึงการรับประทานยาบางชนิด แต่ในขณะเดียวกันผู้ชายทุกคนก็สามารถที่จะเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย หรือยืดเวลาการลดลงของฮอร์โมนเพศชาย ให้นานมากขึ้น ด้วยวิธีในแบบธรรมชาตินั่นก็คือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตบางอย่าง”

6 วิธีเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย ‘เทสโทสเตอโรน’ อย่างเป็นธรรมชาติ

1. ออกกำลังกายด้วยวิธี Weight training
การออกกำลังกายเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหนึ่งในการเพิ่มฮอร์โมนเพศในผู้ชาย มีการศึกษาในต่างประเทศพบว่าผู้ชายในวัยปกติที่ออกกำลังกายเป็นประจำมีระดับฮอร์โมนเพศชายสูงขึ้น ส่วนในผู้ชายที่สูงอายุ การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายและความฟิตของร่างกายได้

นอกจากนี้มีงานวิจัยในผู้ชายที่มีน้ำหนักเกินเป็นโรคอ้วน (ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่มาจากระดับฮอร์โมนที่ลดลง) ชี้ให้เห็นว่าการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอให้ประโยชน์ได้มากกว่าอาหารลดน้ำหนัก ส่วนวิธีการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับการเพิ่มฮอร์โมนเพศก็คือ การฝึกด้วยแรงต้าน เช่นการยกน้ำหนัก (Weight Training)

2. การลดความเครียด
ในต่างประเทศมีการวิจัยถึงอันตรายของความเครียดที่สัมพันธ์กับการลดลงของฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งสามารถสรุปได้ว่าเมื่อเกิดอาการเครียดระดับของฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนเครียดจะสูงขึ้น และเมื่อการเพิ่มขึ้นของคอร์ติซอลที่มากผิดปกติจะไปลดฮอร์โมนเพศชายให้ต่ำลงได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นเป็นสองเท่า อีกทั้งฮอร์โมนเครียด ยังมีผลต่อจิตใจ และแสดงอาการไปถึงสมรรถภาพทางเพศ และความต้องการในเรื่องเพศที่ลดลง
ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีและระดับฮอร์โมนเพศชายที่เหมาะสมควรต้องพยายามหลีกเลี่ยงความเครียดซ้ำๆ เมื่อเราไม่เครียด ฮอร์โมนเพศชายก็จะไม่ถูกกระตุ้นให้ลดต่ำลง ซึ่งถือเป็นการชะลอปัญหาและยืดฮอร์โมนเพศชายให้สมดุลยาวนานยิ่งขึ้น

3. นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ
การนอนหลับที่เพียงพอมีบทบาทและความสำคัญต่อสุขภาพของคนเรา เช่นเดียวกับการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย นอกจากมีความสำคัญกับสุขภาพแล้วยังมีผลกระทบหลักต่อระดับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนอีกด้วย

ชั่วโมงของการการนอนหลับที่เหมาะสมอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ทางการแพทย์แนะนำให้พักผ่อนในแต่ละวันให้ได้ 6-8 ชั่วโมง ถึงจะเรียกว่าเป็นการพักผ่อนอย่างเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ และส่งผลดีต่อฮอร์โมนเพศชาย
มีงานศึกษาชิ้นหนึ่งที่ถูกเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกาพบว่าการนอนหลับเพียง 5 ชั่วโมงต่อคืนบ่อยครั้ง มีความสัมพันธ์กับการลดระดับฮอร์โมนเพศชายถึง 15% และในทางกลับกันการนอนหลับ 7-10 ชั่วโมงต่อคืนเป็นประจำจะช่วยให้ฮอร์โมนเพศชาย testosterone เพิ่มกลับมาในเปอร์เซ็นต์ที่เท่ากัน

4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ถึงแม้ในชีวิตประจำวันการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่อาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ถึงอย่างไรการควบคุมเรื่องการบริโภคอาหารบางประเภทก็มีส่วนช่วยรักษาสมดุลและเพิ่มฮอร์โมนเพศได้เช่นกัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเรื่องการรับประทานอาหารเป็นสิ่งที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นลดปริมาณของการบริโภคของมัน ของหวาน ของเค็ม เลือกรับประทานธัญพืชที่ไม่ขัดสี รวมทั้งผักและผลไม้ให้มากขึ้น

5. รับประทานอาหารเสริม วิตามิน และแร่ธาตุ
เรื่องการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ได้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และรักษาความสมดุลของฮอร์โมนเพศขายสำหรับผู้ชายทั่วไปอาจจะเป็นเรื่องยาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้รู้จักเสริมสารอาหารที่สำคัญต่อฮอร์โมนเพศชาย ด้วยการรับประทานวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดในรูปแบบอาหารเสริม

ในการศึกษาของมหาวิทยาลัย Western Washington University พบกว่าแร่ธาตุสังกะสี และแมกนีเซียมสามารถช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศได้ตามธรรมชาติถึง 43.7% และช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อได้ถึง 2.5 เท่า ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้ชายที่ชอบออกกำลังกายอย่างยิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้นสารอาหารอย่างซีลิเนียม (Selenium) ยังจำเป็นเช่นกัน เพราะสามารถช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย และเพิ่มจำนวนอสุจิ นอกจากนี้ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ จะทำงานร่วมกับสารอาหารที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ เช่น วิตามินอี วิตามินซี เบต้าแคโรทีน เพื่อช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ ช่วยชะลอวัย และยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นยังให้ประโยชน์กับผู้ชายที่ชอบออกกำลังกายในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นกีฬา ช่วยให้การฟื้นตัวของกล้ามเนื้อเป็นไปได้เร็วขึ้น ที่สำคัญยังช่วยลดอาการบาดเจ็บระหว่างออกกำลังกายอีกด้วย

นอกจากนี้สารอาหารที่สำคัญในการสำหรับคุณผู้ชายอย่าง แอล-คาร์นิทีน (L-Carnitine) ก็จำเป็นไม่แพ้กัน ซึ่งสารอาหารชนิดนี้จะทำหน้าที่ลำเลียงโมเลกุลไขมันขนาดเล็กเข้าไปใช้ในเซลล์ เพื่อเผาผลาญให้เป็นพลังงานกับร่างกาย ซึ่งถ้าร่างกายได้รับสารอาหารนี้ ไม่เพียงพอการเผาผลาญก็จะทำงานลดลง เสี่ยงที่จะมีโอกาสสะสมของชั้นไขมันบริเวณหน้าทองกลายเป็นผู้ชายอ้วนลงพุง และมีโอกาสอาจเกิดไขมันสะสมตามหลอดเลือด เป็นสาเหตุของโรคไขมันอุดตันและความดันโลหิตสูงตามมา

ส่วนสารอาหารที่จำเป็นประเภทสุดท้าย ที่ผู้ชายที่กำลังประสบปัญหาฮอร์โมนเพศชายลด จำเป็นต้องมีอย่างเพียงพอก็คือ กลุ่มวิตามินบี ซึ่งเป็นวิตามินที่มีส่วนสำคัญในการสร้างความสดชื่นและเพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้กับร่างกาย ส่งผลให้สามารถออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6. เลิกสูบบุหรี่ และลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์
การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ มักจะเป็นส่วนหนึ่งของผู้ชายไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สองพฤติกรรมนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อ ปอด หัวใจ หลอดเลือด และอวัยวะภายในที่สำคัญของร่างกายเท่านั้น การลดต่ำลงอย่างน่าตกใจของฮอร์โมนเพศในผู้ชายก็มีสาเหตุมาจากสิ่งนี้เช่นเดียวกัน ดังนั้นการลด ละ เลิก พฤติกรรมทำลายสุขภาพนี้ มีส่วนช่วยอย่างยิ่งที่ทำให้ฮอร์โมนเพศกลับคืนมาเป็นปกติ และยังช่วยชะลอการลดลงอย่างผิดปกติได้ด้วย

‘นิโคติน’ ในบุหรี่ คือสารพิษร้ายแรงที่มีผลต่อระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ลดลง และยังไปทำให้เกิดการรวมตัวของกรดไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดเล็ก ๆ ที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศเสียไป ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวน้อยลงหรือไม่แข็งตัว นอกจากนี้สารพิษในบุหรี่อีกหลายชนิดยังส่งผลต่อความแข็งแรงและจำนวนของอสุจิที่ลดลงด้วย

การดื่มแอลกอฮอล์ก็เช่นเดียวกัน หากดื่มในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลต่อระดับฮอร์โมนเพศที่ร่างกายจะผลิตได้น้อยลง ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ จำนวนอสุจิลดลงและไม่แข็งแรง รวมถึงเส้นผมหลุดร่วงได้อีกด้วย

 

Related Post

อาหารต้องห้ามกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะบ่อยๆอาหารต้องห้ามกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะบ่อยๆ



บางวันที่ไม่ได้ดื่มน้ำมาก แต่เข้าห้องน้ำบ่อยจนบางครั้งก็รบกวนการทำงานจนไม่มีสมาธิกับการทำงานเท่าที่ควร นั่นอาจเป็นเพราะวันนั้นสาวๆ ได้ทานอาหารบางชนิดที่มีส่วนไปกระตุ้นทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยก็ได้ มาลองดูอาหารที่ทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยกันค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง 1.อาหารสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูปทั้งบะหมี่ถ้วยหรืออาหารกระป๋อง จะมีส่วนผสมของผงชูรส สารแต่งกลิ่น และสี ซึ่งสารเหล่านี้มีส่วนในการกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากอาหารเหล่านี้จะให้ประโยชน์แก่ร่างกายเพียงน้อยนิดแล้ว ยังทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยอีกด้วย 2.เครื่องปรุง ไม่ว่าจะเป็นพริกป่น น้ำส้ม น้ำปลา มายองเนส หรือมัสตาร์ด ล้วนมีกรดและสารกระตุ้นให้กระเพาะปัสสาวะทำงานหนัก ส่งผลให้สาวๆ ต้องเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะบ่อยๆ นั่นเอง 3.หัวหอม หัวหอมเป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรงและมีฤทธิ์กระตุ้นกระเพาะปัสสาวะ ทำให้มีอาการปวดปัสสาวะบ่อยเช่นกัน 4.สารให้ความหวาน สารให้ความหวานทุกชนิด หรือแม้แต่น้ำตาลก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย แต่ทั้งนี้ร่างกายก็อาจจะต้านทานสารให้ความหวานบางชนิดได้เช่นกัน

การดื่มเบียร์ ส่งผลกระทบต่อระดับคอเลสเตอรอลและร่างกายอย่างไรการดื่มเบียร์ ส่งผลกระทบต่อระดับคอเลสเตอรอลและร่างกายอย่างไร



เบียร์สามารถทำร้ายสุขภาพของคุณได้ จากผลเสียหลายอย่างที่ตามมากับการ ดื่มเบียร์ เช่น ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบต่อระดับของไขมันดีและไขมันเลวในร่างกาย  ส่วนประกอบของเบียร์มีไฟโตสเตอรอล ที่ทำหน้าที่จับคอเลสเตอรอล เบียร์ (Beer) ประกอบไปด้วย มอลต์ ยีสต์ และฮ็อป คล้ายกับส่วนประกอบในการทำขนมปัง ส่วนประกอบเหล่านี้มี ไฟโตสเตอรอล (Phytosterol) ซึ่งจะจับเข้ากับคอเลสเตอรอล และขับมันออกจากร่างกาย ไฟโตสเตอรอลบางชนิด หรือสเตอรอลจากพืช จะใส่ลงในอาหารต่าง ๆ และได้รับการโฆษณาว่าเป็นอาหารที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล จากการทดลองบางชิ้นในหนูทดลองพบว่า การดื่มเบียร์ในปริมาณปานกลาง สามารถช่วยลดอัตราคอเลสเตอรอลในตับ และเส้นเลือดเอออร์ต้า