โรคซึมเศร้า

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงกับ โรคซึมเศร้า ( depression )



โรคซึมเศร้า

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงกับ โรคซึมเศร้า ( depression )

     โรคซึมเศร้า หลายท่านที่มีความรู้สึก เศร้า หรือเสียใจ ล้วนแล้วจะหันไประบายอารมณ์ ด้วยการหาของอร่อยมากินให้สบายปากสบายท้อง โดยไม่ได้ตระหนักเลยว่า จริงๆ แล้ว ผู้ป่วย นั้นก็มี อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง อยู่ด้วยเช่นกัน

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

 1. กาแฟหรือคาเฟอีน

     งดดื่มชา กาแฟ และน้ำอัดลม จะช่วยให้ผู้ที่มีอาการซึมเศร้าได้อย่างแน่นอน เนื่องจากว่ามีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน American Journal of Psychiatry ระบุว่า 80% ของผู้ป่วยจิตเวช และ 22% ของผู้มีอาการซึมเศร้าบอกว่า พวกเขาดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างหนักเลย คาเฟอีนมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดอาการซึมเศร้าหรือหวาดวิตกได้ ฉะนั้นถ้าใครรู้ตัวว่ามีอาการซึมเศร้าหรือหวาดวิตกได้ง่าย ก็ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรืออย่างน้อยๆ ก็ดื่มให้น้อยลง

2. ไขมันทรานส์

     ไขมันทรานส์นั้นไม่ส่งผลดีใดๆ ต่อสุขภาพร่างกายของคนทั่วไปแล้ว มีส่วนทำให้เกิดอาการซึมเศร้าด้วย เนื่องจากการเก็บข้อมูลของนักศึกษาจำนวน 12,059 คน เป็นเวลาหกปีเต็มนั้น ก็มีรายงานว่านักศึกษาจำนวน 657 คนเกิดอาการของซึมเศร้าชนิดใหม่ขึ้นมา งานวิจัยชิ้นนี้พบว่าการกินไขมันทรานส์มากๆ มีแนวโน้มจะเกิดอาการซึมเศร้าได้ง่าย ฉะนั้น ถ้าใครกำลังเผชิญหน้ากับโรคนี้อยู่ ก็อย่าไปแตะต้องมันเด็ดขาด

3. อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง

     มันฝรั่ง ข้าวขาว กับอาหารที่ชวนให้อิ่มท้อง อาหารเหล่านี้ ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีอาการซึมเศร้าได้ง่าย (หรือกำลังเผชิญหน้ากับโรคนี้อยู่) การกินอาการที่มีคาร์โบไฮเดรตอยู่สูงนั้น ทำให้เสี่ยงที่จะมีอาการซึมเศร้ามากขึ้นตามไปด้วย ฉะนั้น เลือกกินอะไรที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อยๆ ดีกว่า อย่างเช่น พืชผัก ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี และถั่วเปลือกแข็งต่างๆ

4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

     การดื่มแอลกอฮอล์กับอาการซึมเศร้านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างมาก แต่ก็ยังมีการถกเถียงกันอยู่ว่า คนที่มีอาการซึมเศร้ามักจะชอบดื่มแอลกอฮอล์ หรือเพราะดื่มแอลกอฮอล์เลยทำให้เกิดอาการซึมเศร้ากันแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ไม่ควรแตะต้องแอลกอฮอล์ ถ้าคุณกำลังหาทางจัดการกับอาการซึมเศร้าของคุณอยู่

5. น้ำตาล

     อาหารที่มีน้ำตาลในปริมาณสูงนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างมากกับอาการซึมเศร้า แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าน้ำตาลทำให้เกิดอาการขึ้นโดยตรงแต่ก็ควรงดกินอาหารที่มีน้ำตาลซะ อย่างน้อยๆซักระยะหนึ่ง

6. เมล็ดฟักทองที่ผ่านการแปรรูป

     เมล็ดฟักทองจะจัดเป็นธัญพืชที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ถ้าคุณมีอาการซึมเศร้าอยู่ล่ะก็ ควรงดเว้นการรับประทานเมล็ดฟักทองที่ผ่านการแปรรูปเอาไว้ซะ เนื่องจากนักโภชนาการได้มีการระบุว่า เมล็ดฟักทองที่ผ่านการแปรรูปมักจะถูกเคลือบด้วยโพแทสเซี่ยม โบรเมต (Potassium Bromate) ซึ่งเป็นสารที่ทำการรบกวนการดูดซึมไอโอดีนของต่อมไทรอยด์

 

บทความก่อนหน้านี้ : สาระที่ควรรู้เกี่ยวกับ โรคปากแห้ง

Related Post

อาการไอ

อาการไอ ในเด็กเล็ก รักษาได้ด้วยวิธีธรรมชาติอาการไอ ในเด็กเล็ก รักษาได้ด้วยวิธีธรรมชาติ



อาการไอ ในเด็กเล็ก รักษาได้ด้วยวิธีธรรมชาติ      อาการไอ เป็นอาการทั่วไปของคนทั่วไปและเด็ก แต่เมื่อผู้ใหญ่เกิดมีอาการ ไอ สามารถไปซื้อยาตามร้านขายยาเพื่อรักษาอาการได้ แต่คุณแม่คุณพ่อไม่สามารถใช้ยาที่ซื้อตามร้านขายยาทั่วไป มารักษาในเด็กเล็ก หรือทารกได้เพราะอาจเกิดอันตรายต่อลูกของเราได้ คุณแม่ไม่ควรใช้ยาที่หาซื้อตามร้านขายยาทั่วไป กับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี ควรใช้วิธีธรรมชาติ ในการบรรเทาอาการไอสำหรับเด็กเล็ก 1. อาการไอ ให้ดื่มน้ำมากๆ เมื่อเด็กไอ หรือหวัด การดื่มน้ำมากๆ จะช่วยลดน้ำมูก ที่ทำให้เกิดอาการคัดจมูก และช่วยทำให้โล่งคอ อาการไอจะดีขึ้นได้ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า

ปัญหาสุขภาพของคนวัยทำงานปัญหาสุขภาพของคนวัยทำงาน



ในหนึ่งวันของคนวัยทำงานมักเริ่มต้นด้วยการตื่นมาอย่างรีบเร่งเพื่อจะเดินทางไปทำงานให้ทันเวลา หากที่ทำงานอยู่ใกล้บ้านก็จะใช้เวลาเดินทางไม่นานมากนัก แต่สำหรับใครที่อยู่ไกลหน่อยก็จะต้องฝ่าฟันการจราจรทั้งขาไปและขากลับ อีกทั้งคนวัยนี้จะต้องทุ่มเทให้กับการทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงอีกต่างหาก จึงไม่แปลกใจสักเท่าไรที่คนวัยทำงานต่างละเลยการดูแลสุขภาพโดยรวมของตนไป ทั้งพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่พิถีพิถันในการเลือกทานอาหาร ที่สำคัญมีความเครียดสูง โดยที่บางคนอาจไม่รู้ตัวด้วยว่าลึกๆ แล้วตนเองกำลังสะสมความเครียดไว้อยู่ ความเครียดจึงเป็นตัวการสำคัญของปัญหาสุขภาพทั้งหลายที่เข้ามารุมเร้า ทั้งที่คุณสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าไปจนถึงระบบภายในร่างกายที่เรามองไม่เห็น ซึ่งปัญหาสุขภาพที่พบมากในวัยทำงานได้แก่ ออฟฟิศซินโดรม ไม่พูดถึงโรคนี้คงไม่ได้ เพราะร้อยละ 60 ของคนวัยทำงานต่างเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม เนื่องจากด้วยวิถีการทำงานที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ขยับเขยื้อนตัวน้อย จนทำให้ร่างกายเกิดความเครียด เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวและมีอาการปวดตึงที่คอ บ่า ไหล่