ลูกน้อยร้องไห้บ่อย พ่อแม่จะมีวิธีรับมือกับลูกน้อยอย่างไรได้บ้าง




ลูกน้อยร้องไห้บ่อย เป็นสิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่นั้นอาจจะต้องเจอกันอยู่ตลอดเวลา และแน่นอนว่านี่ถือเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่นั้นสงสัยว่าทำไมลูกน้อยจึงร้องไห้

สาเหตุที่ ลูกน้อยร้องไห้บ่อย

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จำเป็นที่จะต้องรู้ว่า การร้องไห้ของลูกนั้น เป็นการสื่อสารที่สำคัญของเด็ก เป็นวิธีเดียวที่เจ้าตัวเล็กจะใช้สื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่ ทั้งนี้การร้องไห้อาจมีสาเหตุมาจาก

ลูกมีอาการเหนื่อย

เด็กต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอและเหมาะสม ดังนั้นหากลูกรู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลีย ผู้ปกครองควรให้ลูกพักผ่อนทันที โดยอาจสังเกตลักษณะอาการที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้า เช่น การขยี้ตา หาว หรือทำสีหน้าอ่อนเพลีย และในบางครั้งอาจ
ร้องไห้งอแงออกมานั่นเอง ซึ่งอาการดังกล่าวจะพบได้ในเด็กเล็กๆ หากเป็นเด็กที่โตกว่าจะมีอาการร้องไห้น้อยลง

ลูกอาจกำลังหิว

อาการนี้สามารถพบได้บ่อยในเด็กทารก เนื่องจากยังไม่สามารถสื่อสารหรือโต้ตอบกับพ่อแม่ได้ จึงร้องไห้ออกมาเพื่อเป็นสัญญาณให้รู้ว่าลูกกำลังหิว

ลูกมีความเครียด

ความเครียดเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กร้องไห้ อาจมีความเครียดจากการย้ายโรงเรียน พ่อแม่ทะเลาะกัน โดนเพื่อนแกล้ง ซึ่งจุดนี้นับว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า หากพบเห็นเด็กแอบไปร้องไห้เพียงคนเดียว ผู้ปกครองควรรีบมีการพูดคุยและเปิดใจคุยกับลูกถึงที่มาที่ไปของปัญหา

ลูกต้องการเรียกร้องความสนใจ

การร้องไห้เรียกได้ว่าเป็นวิธีการเรียกร้องความสนใจของผู้ปกครองได้เป็นอย่างดี คุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามที่จะปล่อยผ่านเมื่อลูกร้องไห้เพราะเรียกร้องความสนใจ หรือควรมีการพูดคุยให้เข้าใจถึงเหตุและผลอย่างตรงไปตรงมา

ถึงแม้จะบอกว่าการร้องไห้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่เจ้าตัวเล็กจะใช้เพื่อการสื่อสาร แต่ควรจำไว้ว่าถ้าหากลูกใช้ระยะเวลาในการร้องมากเกินกว่า 15 นาทีไปจนถึง 1 ชั่วโมง สันนิษฐานได้ว่าอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาการป่วยหรือมีบางอย่างที่ทำให้ไม่สบายตัว

อาการโคลิค (Colic) เกิดจากอะไร

อาการโคลิค คืออาการที่ลูกร้องไห้ไม่ยอมหยุด และยังไม่มีการค้นพบถึงสาเหตุที่แน่นอนว่าเกิดจากอะไร ผู้ปกครองสามารถสังเกตว่าลูกอาจเข้าข่ายอาการนี้จากการที่ ร้องไห้นานกว่า 3 ชั่วโมง หรือร้องไห้มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์

สาเหตุของอาการโคลิค

เนื่องจากยังไม่มีสาเหตุที่แน่นอนของอาการ แต่สันนิษฐานได้ว่าอาจเกิดจากสาเหตุดังนี้

• ระบบย่อยอาหารที่มีอาการกล้ามเนื้อกระตุก
• ก๊าซบางชนิด
• ฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดอาการปวดท้องหรืออารมณ์จุกจิก ได้แก่ ฮอร์โมน Oversensitivity หรือ Overstimulation
• แสงหรือเสียงรบกวน
• มีอารมณ์หงุดหงิดจากระบบประสาท

เมื่อลูกร้องไห้ พ่อแม่ควรทำอย่างไร

วิธีแก้ปัญหาเมื่อลูกร้องไห้นั้น สามารถทำได้หลายวิธี คุณพ่อคุณแม่อาจใช้วิธีปลอบดังต่อไปนี้ เพื่อช่วยให้ลูกหยุดร้องไห้

• อุ้มลูกแล้วโยกเบาๆ พร้อมกับลูบหลัง
• ให้ลูกดูดจุกนมสำหรับเด็ก
• เปลี่ยนผ้าอ้อม ในกรณีที่ผ้าอ้อมมีความเปียกชื้นมากเกินไป
• สำรวจที่นอนของลูก ว่ามีสิ่งผิดปกติ หรือมีแมลงตัวเล็กๆ มาทำร้ายลูกหรือไม่

• อุ้มแล้วพาเดินไปข้างนอก
• ร้องเพลงกล่อม

• ให้ดื่มนม ในกรณีที่ร้องไห้เพราะความหิว

เมื่อไหร่ที่ควรพาลูกไปหาคุณหมอ

หากลูกร้องไห้มากผิดปกติหรือร้องไห้ไม่หยุด อาจจำเป็นที่จะต้องมีการปรึกษากับกุมารแพทย์ และแพทย์อาจค้นพบสาเหตุของการร้องไห้ที่ละเอียดมากขึ้น เช่น อาจตรวจพบว่ามีการติดเชื้อในหู ซึ่งทำให้เกิดอาการเจ็บปวดจนร้องไห้ออกมา

การร้องไห้ไม่ใช่แค่เพียงต้องปลอบเพื่อให้หยุดร้องไห้เสมอไป ควรมีการสังเกตอาการของลูกประกอบกันด้วย เพราะสาเหตุของการร้องไห้อาจมาจากโรคภัยไข้เจ็บ เช่น ไข้หวัด การปวดท้อง หรือโรคภัยไข้เจ็บของเด็กชนิดอื่นๆ

นี่เป็นเรื่องพื้นฐานที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จำเป็นต้องรู้ และหาวิธีรับมือถ้าหากว่าเด็กร้องไห้ แต่ถ้าลูกร้องไห้มากจนเกินไปและไม่ยอมหยุดร้องไห้ ทางการแพทย์จะเรียกว่าเป็นอาการโคลิคคือการร้องไห้งอแงไม่ยอมหยุด ซึ่งอาจจะเป็นอาการที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไม่เคยได้ยิน จึงควรปรึกษากับแพทย์เพื่อที่จะมีการตรวจสอบปัญหาและดำเนินการรักษาต่อไป

 

Related Post

สุขภาพช่องปากของเด็ก

สาระเรื่องน่ารู้กับการดูแล สุขภาพปากและ ฟันของลูกน้อยสาระเรื่องน่ารู้กับการดูแล สุขภาพปากและ ฟันของลูกน้อย



สาระเรื่องน่ารู้กับการดูแล สุขภาพปากและ ฟันของลูกน้อย      ฟันของลูกน้อย ปัญหา สุขภาพปาก คือปัญหาฟันผุ โดยข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่า เด็กวัย 2 ขวบ 10% และเด็กวัย 3 ขวบ 28% มีปัญหาฟันผุมากกว่า 1 จุดในช่องปาก ขณะที่เด็กอายุ 5 ขวบ เกือบ 50% มีปัญหาฟันผุ ฟันของลูกน้อย ควรแปรงฟันอย่างไร  

ปัญหาการคันจุดซ่อนเร้นของผู้หญิง ปัญหาการคันจุดซ่อนเร้นของผู้หญิง 



อาการคันที่จุดซ่อนเร้น มักพบบ่อย เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือจากเชื้อรา แนะผู้หญิงไม่ควรละเลย เพราะเริ่มต้นจุดเล็กๆ เพียงแค่เกิดอาการคัน ที่รอบๆ หรือภายใน ช่องคลอด อาจนำไปสู่ปัญหามากมาย ทั้ง ตกขาว มีกลิ่น ระคายเคือง อักเสบ ไปจนถึงโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและใช้ยาที่มีคุณภาพเพื่อการรักษาตรงจุดและมีประสิทธิภาพ สาเหตุของอาการคันจุดซ่อนเร้น พญ.กรพินธุ์ รัตนสัจธรรม สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี เปิดเผยว่า อาการคันบริเวณจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เพราะผิวหนังส่วนนี้บอบบาง อ่อนโยน