โรคกลัวที่แคบ (Claustrophobia)




เชื่อว่าทุกคนล้วนมีความกลัวอยู่ภายในจิตใจที่เก็บเป็นความลับเอาไว้ สำหรับบางคนอาจกลัวความมืดจนต้องเปิดไฟทั้งวันทั้งคืน บางคนมีอาการกลัวรูเพียงแค่เห็นภาพก็ชวนขนลุก รวมถึง โรคกลัวที่แคบ นี้ด้วย รวมถึงอาการกลัวที่แคบวันนี้เราจะมาเช็คดูว่าเราเป็นโรคกลัวที่แคบกันหรือเปล่า

โรคกลัวที่แคบ คือ

การกลัวที่แคบไม่ใช่โรคร้ายแรงหรือส่งผลอันตรายใดๆโรคกลัวที่แคบ Claustrophobia คือ กลุ่มอาการวิตกกังวลผิดปกติเป็นโรคเฉพาะเจาะจงรายบุคคล เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกให้อยู่คนเดียวในบริเวณที่ปิดล้อม และในพื้นที่แออัด เช่น ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ หรืออยู่ในลิฟต์ที่เต็มไปด้วยคนเยอะๆ ซึ่งส่งผลให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ หายใจไม่สะดวก หรือเริ่มมีอาการหงุดหงิด เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้

สาเหตุที่ทำให้กลัวที่แคบ

โดยนักจิตวิทยาท่าหนึ่งคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติ อะมิกดะลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมองที่ควบคุมความรู้สึกกลัวหวาดระแวง และอาจเกี่ยวข้องกับความทรงจำในอดีตที่ทำให้สะเทือนต่อจิตใจของเราบางครั้งความกลัวที่แคบสามารถเริ่มต้นได้จากเหตุการณ์ในวัยเด็กที่ทำให้ฝังใจ เนื่องจากตอนเราเยาว์วัยจิตใจของเรานั้นค่อนข้างอ่อนไหวง่ายต่อสิ่งรอบข้าง เช่น การถูกกลั่นแกล้ง การถูกกักขัง อุบัติเหตุที่ทำให้เราจำเป็นต้องติดในที่แคบแห่งนั้น เช่น ลิฟต์ค้าง ไฟดับ ที่มืด

อาการที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเสียขวัญเมื่อเข้าสู่ที่แคบ

เหงื่อออก ตัวสั่น อัตราการเต้นของหัวใจแรงขึ้น ความดันโลหิตสูง วิงเวียนศีรษะและมึนหัว  ริมฝีปากซีดแห้ง แน่นหน้าอกหายใจไม่สะดวก ท้องไส้ปั่นป่วน อาการข้างต้นสามารถหายเองได้ สังเกตอาการของตนเองให้ถี่ถ้วนว่าอยู่ในภาวะที่รุนแรงหรือไม่ เพื่อรับการรักษาได้ทันท่วงที

วิธีรักษาเผชิญที่แคบได้อย่างสบาย

เข้ารับการรักษาด้วยการบำบัดจิตใจที่ผิดปกติ นักจิตวิทยาจะสอนให้คุณควบคุมอารมณ์ความรู้สึกและเปลี่ยนวิธีการคิดให้จากลบเป็นบวก การบำบัดนี้ยังเหมาะกับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าอีกด้วย การบำบัดเชิงอารมณ์ด้วยเหตุและผล เป็นการบำบัดควบคู่กับ ตามโปรแกรมการบำบัดของนักจิตวิทยา ผ่อนคลายผ่านการมองเห็น : หารูปภาพหรือออกไปอยู่ในพื้นที่ที่คุณรู้สึกผ่อนคลาย เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ เช่น การมองรูปภาพหรือมองออกข้างนอกที่มีวิวทิวทัศน์กว้างขวาง การรับประทานยาตามที่จำหน่ายโดยแพทย์  ยาแก้โรคซึมเศร้า เป็นต้น

อย่าลืมสังเกตและดูอาการตัวเองกันด้วยนะว่าเรามีลักษณะตรงตามนี้หรือเปล่าถ้าเป็นก็สามารถไปปรึกษาแพทย์ได้เพื่อจะได้มีชีวิตที่สดใสไกลโรคกลัวที่แคบ

 

Related Post

ลูกน้อยร้องไห้บ่อย พ่อแม่จะมีวิธีรับมือกับลูกน้อยอย่างไรได้บ้างลูกน้อยร้องไห้บ่อย พ่อแม่จะมีวิธีรับมือกับลูกน้อยอย่างไรได้บ้าง



ลูกน้อยร้องไห้บ่อย เป็นสิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่นั้นอาจจะต้องเจอกันอยู่ตลอดเวลา และแน่นอนว่านี่ถือเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่นั้นสงสัยว่าทำไมลูกน้อยจึงร้องไห้ สาเหตุที่ ลูกน้อยร้องไห้บ่อย คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จำเป็นที่จะต้องรู้ว่า การร้องไห้ของลูกนั้น เป็นการสื่อสารที่สำคัญของเด็ก เป็นวิธีเดียวที่เจ้าตัวเล็กจะใช้สื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่ ทั้งนี้การร้องไห้อาจมีสาเหตุมาจาก ลูกมีอาการเหนื่อย เด็กต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอและเหมาะสม ดังนั้นหากลูกรู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลีย ผู้ปกครองควรให้ลูกพักผ่อนทันที โดยอาจสังเกตลักษณะอาการที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้า เช่น การขยี้ตา หาว หรือทำสีหน้าอ่อนเพลีย และในบางครั้งอาจ ร้องไห้งอแงออกมานั่นเอง ซึ่งอาการดังกล่าวจะพบได้ในเด็กเล็กๆ หากเป็นเด็กที่โตกว่าจะมีอาการร้องไห้น้อยลง ลูกอาจกำลังหิว อาการนี้สามารถพบได้บ่อยในเด็กทารก เนื่องจากยังไม่สามารถสื่อสารหรือโต้ตอบกับพ่อแม่ได้ จึงร้องไห้ออกมาเพื่อเป็นสัญญาณให้รู้ว่าลูกกำลังหิว ลูกมีความเครียด ความเครียดเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กร้องไห้ อาจมีความเครียดจากการย้ายโรงเรียน

อาหารเสริม อาหารเสริม 



อาหารเสริม คือ สารอาหารที่ใช้รับประทานเพิ่มเติมจากมื้ออาหารหลัก อาจใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หรือเพื่อบำรุงสุขภาพ ส่วนสารอาหารที่มักถูกนำมาทำเป็นอาหารเสริม ได้แก่ วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน พืช ผัก สมุนไพรต่างๆ เป็นต้น อาหารเสริมถูกผลิตออกมาให้สามารถรับประทานได้ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเม็ด แบบแคปซูล แบบผง หรือแบบน้ำ โดยอาหารเสริมอาจเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการรักษาทางการแพทย์ ที่ผู้ป่วยต้องรับประทานภายใต้การดูแลจากแพทย์เท่านั้น หรืออาจถูกวางจำหน่ายตามร้านขายยา ซึ่งผู้บริโภคควรรับประทานตามคำแนะนำของเภสัชกรและข้อบ่งชี้ที่ระบุบนฉลากอย่างเคร่งครัด ทำไมต้องรับประทานอาหารเสริม การรับประทานอาหารเสริมอาจช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมเพิ่มเติมจากสารอาหารที่ได้รับจากมื้ออาหาร เพราะสารอาหารที่จำเป็นต่อกระบวนการเจริญเติบโตของร่างกายหรือการมีสุขภาพดีโดยส่วนใหญ่ สามารถหาได้จากการรับประทานอาหารให้ครบโภชนาการทั้ง 5