เสียงหัวเราะที่ไม่ตลก(ปัญหาการบูลลี่)




การแกล้งอาจจะดูตลกขำขัน เพราะชอบมีการแกล้งกัน หรือหยอกล้อกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่การแกล้งจะไม่ใช่เรื่องธรรมดาอีกต่อไปหากอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้รู้สึกมีอารมณ์ร่วม หรือรู้สึกสนุกกับการแกล้งเล่นนี้ ตรงกันข้ามผู้ที่ถูกแกล้งอาจจะรู้สึกถูกคุกคาม ลามไปถึงส่งผลให้สุขภาพจิตเสีย ซึ่งการกลั่นแกล้งกันในเชิงนี้เรียกว่า การบูลลี่ นั่นเอง

 บูลลี่ การกลั่นแกล้งที่ไม่ตลก แต่เป็นปัญหา

   การบูลลี่ (bullying) เป็นคำที่มักได้ยินมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะช่วงนี้คงจะได้ยินข่าวที่มีการกลั่นแกล้งกันของเด็กที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยพฤติกรรมเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในโรงเรียน การบูลลี่จึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป เพราะจากสถิติของกรมสุขภาพจิตพบว่า พฤติกรรมการกลั่นแกล้ง หรือบูลลี่ (Bully) ของเด็กไทยติดอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น และจากการสำรวจพบว่า เด็กเคยถูกบูลลี่ และอีกคิดจะตอบโต้เอาคืน เสี่ยงที่จะนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงขึ้น แม้จะเริ่มตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว แต่ยังคงเป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยคนที่ถูกกลั่นแกล้งนั้นจะเกิดการสั่งสมความกลัว ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจในตนเอง และอาจเกิดปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน หรือการเข้าสังคมตามมาอีกด้วย

การบูลลี่ก็สามารถเกิดได้หลายรูปแบบไม่ว่าการใช้คำพูด เป็นการพูดทำร้ายความรู้สึก เช่น การพูดจาข่มขู่ วิพากษ์วิจารณ์ ล้อเลียน เป็นต้น

การใช้กำลัง หรือการทำร้ายร่างกาย เช่น การตบ ตี ชกต่อย การข่มขู่ ทำลายข้าวของให้เสียหายการบูลลี่ทางสังคม ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อจิตใจ เช่น กดดันให้ออกจากกลุ่ม กีดกันไม่ให้ใครเข้าใกล้ หรือไม่ให้อยู่ในกลุ่มเพื่อนการบูลลี่ทางโลกออนไลน์ เป็นการกลั่นแกล้งในวงกว้างที่รุนแรงมากกว่าในรั้วโรงเรียน หรือในกลุ่มเพื่อน เพราะใครจะบูลลี่ใครก็ได้

ผลกระทบที่เกิดจากการบูลลี่

ผลกระทบจากการบูลลี่ผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งนั้นจะมีผลต่อสภาพจิตใจจนอาจไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ สูญเสียความมั่นใจการชีวิตแบบไม่มีความสุข และอาจพาไปถึงการฆ่าตัวตายก็เป็นได้ นอกจากการบูลลี่ไม่เพียงแต่จะกระทบกับสภาพจิตใจของผู้ที่ถูกแกล้งเท่านั้น แต่พฤติกรรมดังกล่าวยังส่งผลต่อผู้ที่บูลลี่คนอื่น อย่างเช่น เมื่อเติบโตเสพติดพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง และอาจร้ายแรงถึงขั้นอาจก่อเหตุอาชญากรรมขึ้นได้ในอนาคต

โลกออนไลน์ สังคมแห่งการบูลลี่

ในยุคที่ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึงทำให้เกิดการบูลลี่ หรือการกลั่นแกล้งกันผ่านทางสื่อออนไลน์ ทั้งการข่มขู่ วิพากษ์วิจารณ์ การคุกคามทางเพศ โดยในโลกออนไลน์ต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้คนที่บูลลี่ยังไม่เปิดเผยตัวตน จึงไม่สามารถหาตัวคนบูลลี่ได้ นั่นยิ่งทำให้เกิดแผลทางใจที่ฝังลึกยากเกินจะเยียวยา จนอาจจะเกิดความรุนแรงตามมาได้

การรับมือกับการบูลลี่

 การบูลลี่สามารถเกิดได้ทุกๆสังคม จึงต้องหันมาใส่ใจคนในครอบครัว หรือคนรอบข้างเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการบูลลี่ โดยสัญญาณของผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาการบูลลี่ คือ หงุดหงิด เกิดความวิตกกังวล มีความกลัว ไม่อยากไปโรงเรียน หรือไม่อยากไปทำงาน มีร่องรอยการถูกทำร้าย เป็นต้น ผู้ปกครอง หรือคนใกล้ชิดควรพูดคุยเพื่อหารือถึงแนวทางในการแก้ปัญหาตัดการติดต่อ หรือบล็อกการเชื่อมต่อ พร้อมระมัดระวังไม่ให้ตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มนี้อีก

การบูลลี่ไม่ใช่เรื่องสนุก สำหรับคนโดนกระทำ การบูลลี่จะไม่เกิดขึ้นเลยหากถูกปลูกฝังจิตสำนึก และทัศนคติที่ดีให้ตั้งแต่ยังเด็ก ควรเสริมสร้างสิ่งที่ดีๆให้ทุกคนให้มีสภาวะทางใจให้แก่ตนเองเพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

 

Related Post

ทำไมคนถึงอยากทำอาชีพรับราชการทำไมคนถึงอยากทำอาชีพรับราชการ



เคยมั้ยที่โดนปลูกฝังตั้งแต่เด็กว่าโตไปให้ทำอาชีพราชการ เรียนสายครู หมอ ตำรวจ เพราะคิดว่าอาชีพเหล่านี้มั่นคง และมีสวัสดิการที่ดีกว่าอาชีพอื่นวันนี้เราจะพาไปดูกันว่าจริงหรือเปล่า อาชีพข้าราชการ เป็นอีกอาชีพที่มากคนให้ความสนใจ ในส่วนของงานจะปฏิบัติงานในหน่วยงานภาครัฐ อย่างกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานท้องถิ่นของภาครัฐ ซึ่งสามารถรับราชการไปจนถึงเกษียณและรับเงินบำเหน็ดบำนานกันไปได้เลย ถึงแม้ดูเหมือนเงินเดือนจะน้อยเมื่อเทียบกับเอกชนแต่สามารถขยับค่อยๆขึ้นไปเรื่อยๆแน่นอน รวมทั้งด้านสวัสดิการและความมั่นคงก็ดูจะดึงดูดทำให้ใครๆเลือกที่จะทำอาชีพสายนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่าสวัสดิการอะไรบ้าง ที่เราจะได้เมื่อทำงานข้าราชการ สวัสดิการอาชีพข้าราชการ ครอบคลุมถึงครอบครัว สวัสดิการสิ่งที่จะได้ เมื่อทำงานเป็นข้าราชการแล้ว สามารถแบ่งออกเป็น 3 อย่าง 1. ค่าตอบแทนในระบบราชการ เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง  เงินพิเศษเพิ่ม

 ผู้ชายที่ไม่ควรเอามาเป็นแฟน ผู้ชายที่ไม่ควรเอามาเป็นแฟน



การแต่งงานและมีชีวิตคู่สำหรับผู้หญิงนั้นเราควรเลือกผู้ชายที่จะมาเป็นคู่ชีวิตให้ดีเพราะจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง เราจะพาไปดูผู้ชายที่ไม่ควรเอามาเป็นแฟน แม้ว่าคุณจะตกหลุมรักเขามากเพียงใด ผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นเหมือนวัตถุสิ่งของ ผู้หญิงคิดว่า ความรักจะเปลี่ยนผู้ชายได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเขาได้เลย และผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นเหมือนสิ่งของ พวกเขาก็ไม่ได้มีหัวใจไว้รักใคร เขาแค่พึงใจชั่วขณะเท่านั้น เมื่อได้รับความรักจากคุณจนเป็นที่พอใจแล้ว เขาก็พร้อมที่จะหาคนใหม่มาเติมเต็มอีกทันที ผู้ชายที่เอาตนเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ผู้ชายในลักษณะนี้ จะไม่เคยมีคำว่ารู้สึกผิด หรือคำว่าขอโทษอยู่ในพจนานุกรมของพวกเขา เพราะพวกเขาคิดว่าตัวเองนั้นสำคัญเหนือใคร เมื่อคุณคบหากับผู้ชายประเภทนี้ คุณจะรู้สึกได้เลยว่า เขาไม่เคยสนใจว่าคุณจะชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไร หรือคุณชอบไปเที่ยวแบบไหน หรือแม้กระทั่งวันเกิดของคุณที่เขาก็ไม่ใส่ใจจะจำ หากแต่เป็นตัวเขาเองที่ต้องการให้คุณจำให้ได้ในทุกรายละเอียดของเขา ผู้ชายที่เป็นทาสของวัตถุนิยม ผู้ชายที่หลงใหลได้ปลื้มกับการได้ครอบครองรถคันใหม่ที่ทำให้เขาดูโดดเด่นบนท้องถนน หรือรู้สึกว่าตนเองเหนือใครเมื่อใช้ของแบรนด์เนม เป็นลักษณะของผู้ชายแบบวัตถุนิยม พวกเขาจะไม่เข้าใจความรู้สึก หรือความอ่อนไหวในตัวคุณแม้แต่น้อย