อาหารต้องห้ามกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะบ่อยๆ




บางวันที่ไม่ได้ดื่มน้ำมาก แต่เข้าห้องน้ำบ่อยจนบางครั้งก็รบกวนการทำงานจนไม่มีสมาธิกับการทำงานเท่าที่ควร นั่นอาจเป็นเพราะวันนั้นสาวๆ ได้ทานอาหารบางชนิดที่มีส่วนไปกระตุ้นทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยก็ได้ มาลองดูอาหารที่ทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยกันค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง

1.อาหารสำเร็จรูป

อาหารสำเร็จรูปทั้งบะหมี่ถ้วยหรืออาหารกระป๋อง จะมีส่วนผสมของผงชูรส สารแต่งกลิ่น และสี ซึ่งสารเหล่านี้มีส่วนในการกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากอาหารเหล่านี้จะให้ประโยชน์แก่ร่างกายเพียงน้อยนิดแล้ว ยังทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยอีกด้วย

2.เครื่องปรุง

ไม่ว่าจะเป็นพริกป่น น้ำส้ม น้ำปลา มายองเนส หรือมัสตาร์ด ล้วนมีกรดและสารกระตุ้นให้กระเพาะปัสสาวะทำงานหนัก ส่งผลให้สาวๆ ต้องเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะบ่อยๆ นั่นเอง

3.หัวหอม

หัวหอมเป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรงและมีฤทธิ์กระตุ้นกระเพาะปัสสาวะ ทำให้มีอาการปวดปัสสาวะบ่อยเช่นกัน

4.สารให้ความหวาน

สารให้ความหวานทุกชนิด หรือแม้แต่น้ำตาลก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย แต่ทั้งนี้ร่างกายก็อาจจะต้านทานสารให้ความหวานบางชนิดได้เช่นกัน จึงต้องสังเกตเครื่องดื่มหรืออาหารที่บริโภคเข้าไปด้วยว่าใช้สารให้ความหวานชนิดใดที่ไม่ทำให้ปวดปัสสาวะบ่อย

5.อาหารรสจัด

อาหารรสจัดซึ่งมีส่วนผสมของพริก พริกไทย หรือวาซาบิ จัดเป็นอาหารที่มีความสามารถในการกระตุ้นกระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้ปวดปัสสาวะบ่อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเครื่องเทศที่ใช้ในการปรุงอาหารจานนั้นด้วยเช่นกัน

6.ผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ

ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากมะเขือเทศ ไม่ว่าจะเป็นซอสมะเขือเทศหรือน้ำมะเขือเทศมีส่วนต่อการทำให้ร่างกายปวดปัสสาวะบ่อย เนื่องจากมะเขือเทศจัดเป็นผลไม้ที่มีกรดและสามารถกระตุ้นกระเพาะปัสสาวะได้

7.น้ำอัดลม

แม้ว่าน้ำอัดลมจะมีส่วนช่วยในการดับกระหายหรือเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย แต่ก็เป็นเครื่องดื่มที่มีผลต่อกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ร่างกายรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยได้เช่นกัน

8.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

หลายท่านคงจะทราบกันดีว่าแอลกอฮอล์มีส่วนทำให้ร่างกายเกิดการสูญเสียน้ำ และส่งสัญญาณไปยังสมองเพื่อให้เกิดการหลั่งยูรีนออกมา ทำให้กระเพาะปัสสาวะต้องทำงานอย่างหนัก จึงกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนเผชิญกับโรคปัสสาวะไวนั่นเอง

9.เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

คาเฟอีนคือสาเหตุหนึ่งที่ช่วยขับปัสสาวะ ส่งผลให้ร่างกายเกิดการหลั่งยูรีนออกมา กระทั่งกระเพาะปัสสาวะต้องพยายามขับออกจนทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะนั่นเอง

10.ผลไม้ที่มีกรด

ในส่วนของผลไม้ที่มีกรดไม่ว่าจะเป็นมะนาว ส้ม ส้มโอ สับปะรด หรือเกรปฟรุต ล้วนมีส่วนไปกระตุ้นให้กระเพาะปัสสาวะต้องทำงานหนัก จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทุกครั้งที่ทานผลไม้ชนิดนี้ทำไมจึงปวดปัสสาวะจนไม่สามารถกลั้นไว้ได้

ทราบถึงชนิดของอาหารรวมทั้งเครื่องดื่มที่มีส่วนต่อการทำให้ร่างกายรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยกันไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงขอแนะนำให้สาวๆ เลือกทานและเลือกดื่มอาหารแต่ละชนิดให้ดี โดยเฉพาะในช่วงที่มีงานสำคัญหรือกิจกรรมที่ไม่สะดวกต่อการเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้จะดีที่สุดค่ะ

 

Related Post

ฮอร์โมนเพศชาย ‘เทสโทสเตอโรน’ ลดลงจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของผู้ชาย?ฮอร์โมนเพศชาย ‘เทสโทสเตอโรน’ ลดลงจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของผู้ชาย?



ฮอร์โมนเพศชาย ‘เทสโทสเตอโรน’ ลดลงจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของผู้ชาย?  ผลกระทบจากสาเหตุการลดลงของฮอร์โมนเพศในผู้ชาย จะถูกส่งผ่านไปยังความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และการแสดงอารมณ์ รวมทั้งเรื่องสมรรถภาพทางเพศ ไม่ว่าจะเป็น – ความต้องการ และสมรรถภาพทางเพศลดลง – ร่างกายผลิตอสุจิได้น้อยลง – หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ – เหนื่อยง่าย ไม่มีเรี่ยวแรง – ไม่สดชื่นกระชุ่มกระชวย – อ้วนลงพุง กล้ามเนื้อลีบเล็ก – เสี่ยงกับภาวะโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต

5 ตัวช่วยที่จะทำให้คุณขับถ่ายได้สะดวก5 ตัวช่วยที่จะทำให้คุณขับถ่ายได้สะดวก



หลายๆคนที่มีปัญหาท้องผูกขับถ่ายไม่เป็นเวลา เรามี 5 ตัวช่วยที่จะทำให้คุณขับถ่ายได้สะดวก ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพและร่างกายไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง 1.ดื่มน้ำเปล่าทันทีเมื่อตื่นนอน ดื่มน้ำเปล่า 1-2 แก้ว เมื่อตื่นนอนทันที ซึ่งเป็นขณะที่ท้องว่าง จะช่วยกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น เพราะเมื่อเราดื่มน้ำเปล่าเมื่อท้องว่าง ลำไส้ก็จะทำงานได้ดีขึ้น และส่งผลให้เราขับถ่ายเป็นเวลา แถมยังช่วยในเรื่องของไม่ทำให้ท้องผูก นอกจากนี้อย่างที่ทราบกันดีว่า น้ำเปล่ายังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งอีกด้วย 2.ดื่มกาแฟตอนท้องว่าง การดื่มกาแฟในตอนเช้าขณะที่ท้องว่าง จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้ เนื่องจากกาแฟจะไปช่วยเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้เร่งกระบวนการย่อยอาหาร และส่งผลให้ลำไส้ทำงานเร็วขึ้น กระทั่งทำให้คุณรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ แล้วขับถ่ายออกมาในที่สุดนั่นเอง แต่ทั้งนี้การดื่มกาแฟในปริมาณที่มากเกินไป อาจส่งผลให้นอนไม่หลับ ใจสั่นและใจเต้นเร็วปกติ รวมถึงความดันโลหิตสูงขึ้น