สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างการจูบ




การจูบเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่างของสายสัมพันธ์ที่สวยงามและแข็งแรง การจูบนั้นมักจะได้รับการประเมินค่าที่ต่ำเกินไป แต่เชื่อในสิ่งที่เราบอกเถอะว่า นี่เป็นรูปแบบที่ดีที่สุดของความสนิทสนม ผู้ชายบางคนชื่นชอบการเล้าโลมและกระโดดข้ามไปเป็นการมีเซ็กส์เลย พวกเขาก็เลยไม่ชอบการจูบที่เนิ่นนานเกินไป แต่ในทางตรงกันข้าม ผู้หญิงนั้นกลับเป็นฝ่ายหลงใหลหน้ามืดตามัวไปกับรสจูบที่ดีและวาบหวาม อย่างไรก็ตาม มีการกระทำบางอย่างที่ไม่ควรทำในระหว่างการจูบ มิฉะนั้นบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติกอาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่กว่าเดิมได้

1.ใช้ลิ้นมากเกินไป หนึ่งในสาเหตุหลักของการจูบที่ย่ำแย่คือ การใช้ลิ้นมากเกินไป บางคนอาจจะขยาดการจูบเพราะเคยเจอจูบที่ลุกล้ำลิ้นมากเกินไป มันเป็นเรื่องที่น่าขยะแขยงอย่างแท้จริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเพิ่งเดตกับคู่รักของคุณ ดังนั้นเมื่อคุณจูบควรเริ่มต้นที่ริมฝีปากและจากนั้นค่อยใช้ลิ้น และเมื่อคุณเริ่มใช้ลิ้นแล้ว ควรทำให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ใช้มันมากจนเกินไป ไม่อย่างนั้นทั่วทั้งปากของคุณก็จะเต็มไปด้วยน้ำลาย

2.หัวเราะคิกคักในขณะจูบ ส่วนมากคนที่ทำแบบนี้มักจะเป็นผู้หญิง การหัวเราะคิกคักในขณะที่จูบกันเป็นการฆ่าอารมณ์และเป็นหนึ่งในสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในกิจกรรมแห่งความรัก คุณอาจจะทำมันเพื่อปกปิดความกังวลใจบางอย่างของคุณ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มันเป็นการทำลายช่วงเวลาดีๆ ระหว่างคุณและคู่รัก

3.พยายามพูดคุยระหว่างการจูบ การพูดถึงเรื่องจูบเป็นเรื่องที่เซ็กซี่ แต่การพูดคุยระหว่างที่กำลังจูบอยู่นั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควร คุณควรจะเก็บบทสนทนาทั้งหมดระหง่างคุณทั้งคู่ไว้ภายหลัง มันไม่ใช่เรื่องที่น่าหลงใหลในการพูดหรือเล่าเรื่องตลกในระหว่างการจูบที่แสนจะเร่าร้อน ทั้งนี้ คุณสามารถกล่าวพึมพำว่า “เซ็กซี่จัง” หรือ “คุณช่างเร่าร้อน” ได้ระหว่างการจูบ เพราะการพูดเช่นนี้เป็นเรื่องโรแมนติกและจะช่วยเพิ่มความน่าหลงใหลให้ทวีขึ้นอีก แต่ถ้าคุณพูดถึงเรื่องอื่นๆ หรือส่งเสียงเรียกแปลกๆ ออกมา คู่ของคุณก็อาจจะรู้สึกตกใจ สับสน และประหลาดใจ ดังนั้น ควรพูดแต่เรื่องที่น่ารักและเซ็กซี่ แล้วเก็บเรื่องอื่นๆ ไว้คุยกันในภายหลังดีกว่า

4.กินหัวหอมหรือกระเทียมก่อนที่จะจูบ เป็นที่รู้จักกันดีว่า หัวหอมหรือกระเทียมสามารถสร้างกลิ่นปากที่รุนแรงได้ และด้วยเหตุนี้คุณจึงควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีหัวหอมหรือกระเทียมก่อนที่จะจูบคู่รักของคุณ เพราะกลิ่นของหัวหอมและกระเทียมจะทำให้จูบของคุณไม่น่าพิสมัย

5.จ้องมองเข้าไปในดวงตาของคู่รักของคุณ คนส่วนใหญ่จะชอบการจูบแบบหลับตา และนั่นเป็นวิธีที่ควรทำอย่างยิ่ง คุณไม่ควรดูดดื่มไปกับคู่รักของคุณในขณะที่จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา/เธอ เวลาเดียวที่คุณสามารถจูบแบบลืมตาได้นั้น คือ เมื่อคุณไม่เชื่อหรือตกใจว่าการจูบนั้นเพิ่งเกิดขึ้น จริงอยู่ที่ว่าคุณอาจจะต้องการตรวจสอบว่า คู่ของคุณนั้นเคลิบเคลิ้มไปกับจูบของคุณมากน้อยแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเบิกตาโพลงเพื่อจ้องมองอากัปกิริยานั้นอยู่ดี

6.เลียฟันของเขา / เธอ เราบอกคุณไปแล้วว่า คุณไม่ควรใช้ลิ้นมากจนเกินไปนัก แต่ทั้งนี้ มีการจูบแบบฝรั่งเศสที่ต้องใช้ลิ้นอย่างสวยงามและเซ็กซี่ แต่มันจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากหากคุณจูบโดยไม่มีระเบียบและไม่รู้วิธีการทำที่ถูกต้อง นั่นคือ คุณไม่ควรเลียฟันของคู่รักในระหว่างการจูบ เพราะมันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก

 

Related Post

เสียงหัวเราะที่ไม่ตลก(ปัญหาการบูลลี่)เสียงหัวเราะที่ไม่ตลก(ปัญหาการบูลลี่)



การแกล้งอาจจะดูตลกขำขัน เพราะชอบมีการแกล้งกัน หรือหยอกล้อกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่การแกล้งจะไม่ใช่เรื่องธรรมดาอีกต่อไปหากอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้รู้สึกมีอารมณ์ร่วม หรือรู้สึกสนุกกับการแกล้งเล่นนี้ ตรงกันข้ามผู้ที่ถูกแกล้งอาจจะรู้สึกถูกคุกคาม ลามไปถึงส่งผลให้สุขภาพจิตเสีย ซึ่งการกลั่นแกล้งกันในเชิงนี้เรียกว่า การบูลลี่ นั่นเอง  บูลลี่ การกลั่นแกล้งที่ไม่ตลก แต่เป็นปัญหา    การบูลลี่ (bullying) เป็นคำที่มักได้ยินมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะช่วงนี้คงจะได้ยินข่าวที่มีการกลั่นแกล้งกันของเด็กที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยพฤติกรรมเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในโรงเรียน การบูลลี่จึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป เพราะจากสถิติของกรมสุขภาพจิตพบว่า พฤติกรรมการกลั่นแกล้ง หรือบูลลี่ (Bully) ของเด็กไทยติดอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น และจากการสำรวจพบว่า เด็กเคยถูกบูลลี่

ความเชื่อผิดๆกับบุหรี่ความเชื่อผิดๆกับบุหรี่



บุหรี่ไม่เพียงก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้สูบเพียงอย่างเดียว หากแต่ควันบุหรี่ในบรรยากาศ ยังคงเต็มไปด้วยสารพิษอันตรายต่างๆ ที่สามารถเข้าสู่ร่างกายคนที่ไม่ได้สูบได้โดยง่าย และทำลายสุขภาพจนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ที่ได้ยินกันว่าควันบุหรี่มือสอง อันตรายพอๆกับคนที่สูบบุหรี่เองนั่นเอง มาดูความเชื่อผิดๆของการที่คนสูบบุหรี่เข้าใจและกำลังจะทดลองกัน สูบบุหรี่ทำให้หายเครียด จริงๆแล้วความเครียดอาจจะมาจากการที่ร่างกายต้องการได้รับสารนิโคตินทุกครั้งที่สูบบุหรี่ สารนิโคตินจะเข้าสู่รางกายโดยร้อยละ 95 จะจับอยู่ที่ปอด บางส่วนจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต เมื่อใดที่ระดับของสารนิโคตินลดลงจากที่เคยมีอยู่ในร่างกาย ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนมวนบุหรี่ที่ผู้สูบต่อวัน และจะทำให้เกิดอาการขาดสารนิโคติน คือกระวนกระวาย หงุดหงิด ขาดสมาธิ มึนศีรษะ เหม่อลอย บางคนนอนไม่หลับ และบางคนมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ครั่นเนื้อครั่นตัว ถ้าผู้สูบบุหรี่ไม่มีความตั้งใจแน่วแน่ในการเลิกสูบก็จะหวนกลับไปสูบอีกเพื่อระงับอาการเหล่านี้ ก้นกรองช่วยลดอันตรายจากการสูบบุหรี่ได้ เป็นความเชื่อผิดๆ