ความรักเป็นความสุขหรือความทุกข์ขึ้นอยู่กับว่าเราคิดหรือมองความรักอย่างไร เพื่อไม่ให้ความรักเป็นความทุกข์กลับมาทำลายตัวเราเอง ความรัก ควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองและคนที่เรารักมีความสุขด้วย  ส่วนใหญ่ที่คนเรามีปัญหา อาจเพราะเรารักเขา แต่เขาไม่รักเรา จึงไปทำให้เขาหรือตัวเราเป็นทุกข์  ซึ่งทางจิตวิทยามองว่า ความรักที่ดีต่อสุขภาพ หรือถูกสุขภาพจิตนั้น ควรเริ่มจากการรู้จักรักตัวเองเสียก่อน

หลายคนมักจะมองว่า การรักตัวเอง คือ การเห็นแก่ตัว หลงตัวเอง ไม่สนใจคนอื่น  แท้จริงแล้วหากรู้จักรักตัวเองอย่างพอเพียง จะเห็นถึงคุณค่าของตัวเอง ความรู้สึกโหยหาความรักจากผู้อื่นก็จะมีอิทธิพลน้อยลง

           นอกจากนี้หากมองในแง่ที่ว่า คนเราเมื่อรักกันได้ ก็ย่อมเบื่อหน่ายจืดจางได้เช่นกัน หรือกระทั่งยามที่อีกฝ่ายจำเป็นต้องไปทำงาน ไปทำภารกิจส่วนตัวจนต้องห่างกันสักระยะ ถ้าอีกคนไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ เพราะหวังให้อีกคนเป็นผู้ให้ความสุขทั้งหมด ย่อมจะต้องทุกข์เป็นประจำ ส่วนคนที่ถูกพึ่งพิงเกาะติดก็จะรู้สึกอึดอัด เบื่อหน่าย หากต่างฝ่ายรู้จักสร้างความสุขด้วยตัวเองได้ด้วย เช่น ทำงานอดิเรก คบเพื่อน ก็จะช่วยให้สัมพันธภาพดีขึ้น

 รักอย่างไร ไม่เป็นทุกข์ 

  • ควรมีความสุขได้ด้วยตัวเอง 
  • ควรปรารถนาให้ผู้อื่นเกิดสุขด้วย 
  • ลดความคาดหวัง
  • ยอมรับความแตกต่าง
  • รู้จักยอมรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ 
  • ไม่ควรทำแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ หรือสิ่งที่ตนคิดว่าดีให้คนอื่นเพียงอย่างเดียว 
  • ความเกรงใจ 
  • พูดจาชื่นชมในสิ่งดีของกันและกัน 
  • การแสดงออกของความรัก

และถ้าจะรักให้ดีต่อสุขภาพจิต ทุกคนควรคิดให้ความรักเป็นดอกไม้สวยงาม เป็นของหวานสำหรับชีวิตอย่ายึดติดว่าเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง อย่าคิดว่า รักเป็นข้าวปลาอาหารหรืออากาศที่ขาดไม่ได้

         อยากให้คนที่มีทุกข์เพราะรักคิดด้วยว่า ก่อนที่จะมาเจอคนรัก ยังมีพ่อแม่พี่น้องเพื่อนพ้อง และคนอื่นอีกมากมายที่เรารักและรักเรา อย่าให้คนเพียงคนเดียวเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง 

 การจะรักใคร ควรรักอย่างมีสติ ไม่ทุ่มเทจนหมดตัว และควรเผื่อใจให้กับตัวเอง เพราะหากเกิดพลาดพลั้ง ครอบครัวและคนใกล้ชิดมีส่วนสำคัญที่จะเยียวยาหรือเตือนสติไม่ให้ผู้ผิดหวังในความรักกระทำเรื่องที่จะเสียใจในอนาคตได้