คิดว่าหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินชื่อนี้มาอยู่แล้ว ขนมครก เป็นขนมที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็มีให้เห็นได้ตลอด ขนมขึ้นชื่อของประเทศเลยก็ว่าได้ เพราะทำง่ายและอร่อยมาก แต่คุณเคยรู้ความเป็นมาหรือตำนานของมันหรือป่าวล่ะ ว่าเป็นอย่างไร เดี่ยวผมจะมาเล่าให้ฟัง

       มีชายหนุ่มคู่หนึ่ง เกิดตกหลุมรักกันมาก แต่มันเป็นความรักที่ลงเอยได้ยากยิ่งเพราะว่า เด็กหนุ่มเป็นเพียงสามัญชนคนธรรมดา และเด็กสาวนั้นเป็นถึงลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งแน่นอนว่าพ่อต้องหวงลูกสาวเป็นธรรมดา และยิ่งพ่อเป็นถึงผู้ใหญ่บ้านแล้วละก็ เด็กธรรมดาไม่มีสิทธิแน่นอน เขาทั้งคู่แอบรักกัน และในวันลอยกระทงของปีนั้นเขาได้สาบานไว้กับพระจันทร์ว่า ต่อให้เกิดอะไรขึ้นกับเขาสองคน เขาก็จะรักกันจนหมดลมหายใจ

เด็กหนุ่มพยายามหางานทำ เพื่อที่จะเก็บเงินก้อนรมาสู่ขอลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน แต่ก็อย่างที่บอก เด็กธรรมดา ๆ คนหนึ่งคงไม่คู่ควรกับลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเก็บเงินได้เท่าไหร่ก็ไม่อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่บ้านเลย จนผู้ใหญ่บ้านเกิดความรำคานจึงส่งคนมาทำร้ายเด็กหนุ่มเพื่อข่มขู่ แต่เขากลับไม่ได้แกรงกลัวอะไรเลย ยังพยายามที่จะไปขอลูกสาวของผู้ใหญ่ให้จงได้

สุดท้ายผู้ใหญ่บ้านใช้วิธีมัดมือชกกับลูกสาวโดยการให้หมั่นกับปลัดที่เมืองใหญ่ แต่แน่นอนว่าเด็กหนุ่มไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน เขาพยายามที่จะเข้ามาแย่งลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านไปแต่ผู้ใหญ่บ้านได้คิดแผนเพื่อรับมือกับเด็กหนุ่มไว้อยู่แล้ว เด็กสาวลูกของผู้ใหญ่เกิดได้ยินที่ผู้ใหญ่บ้านคุยกับลูกน้องว่าจะวางกับดักเพื่อให้เด็กหนุ่มนั่นติดกับ เด็กสาวจึงไม่อยู่เฉย หาทางออกไปหาเด็กหนุ่มเองเพื่อไม่ให้เด็กหนุ่มนั้นเข้ามาติดกับดักพ่อของเขา

       ในคือนั้น เป็นพอดีกับคืนแรม 6 ค่ำ เดือน 6 เด็กหญิงหนีออกจากบ้านมาได้เจอกับเด็กหนุ่มที่พยายามจะเข้าไปพาเด็กหญิงหนี พอเห็นแบบนั้นทั้งสองคนดีใจมากจนลืมไปว่าผู้ใหญ่บ้านได้วางกับดักไส้เพื่อให้เด็กหนุ่มนั้นติดกับดัก ทั้งสองคนวิ่งเข้าหากันเพื่อที่จะได้สวมกอด แต่ทันใดนั้นเอง เด็กสาวได้ตกหลุมที่ลูกน้องของผู้ใหญ่บ้านพ่อของตนเองขุดเอาไว้ล่อให้เด็กหนุ่มตกไป เด็กหนุ่มเห็นอย่างนั้นต่อหน้าต่อตาตัวเงอจึงไม่อยู่เฉยและไม่ทันคิด เลยกระโดดลงไปหวังที่จะได้ช่วยเหลือเด็กสาวคนนั้น แต่หลุมนั้นลึกมาจึงทำให้ไม่สามารถขึ้นมาเองได้ ลูกน้องของผู้ใหญ่บ้านด้วยความที่รีบร้อนกลัวคนอื่นมาเห็นจึงไม่ทันได้มองว่าในหลุมนั้นมีลูกของผู้ใหญ่บ้านอยู่ด้วย เลยรีบกลบหลุมทันที เด็กทั้งสองคนติดอยู่ในหลุมนั้นจนเช้าวันถัดมา ผู้ใหญ่บ้านยังไม่รู้ตัวว่าลูกของตนเองหายไป และจะนำร่างของเด็กหนุ่มนั้นไปทิ้ง จึงสั่งให้ขุดหลุมออกมา ปรากฏว่า ภาพที่ผู้ใหญ่เห็นเป็นเด็กหนุ่มนั้นกับลูกของเขานอนกอดกันตายอย่างมีความสุข มีรอยยิ้ม นั้นทำให้ผู้ใหญ่บ้านเสียใจเอามาก ๆ และคิดขึ้นทีหลังว่า พ่อไม่น่าไปทำลายความรักของลูกทั้งสองคนเลย พ่อขอโทษ…

นับจากนั้นมา เด็กหนุ่มทั้งสองคนก็ได้เป็นสัญลักษณ์ของความรักชั่วนิรันด์ และทุก ๆ แรม 5 ค่ำ เดือน 6 ทุกคนจะมาไว้อาลัยให้กับเขาด้วยการนำ “กะทิ ” (ชื่อของเด็กหนุ่ม) และ “แป้ง ” (ชื่อของเด็กสาวลูกของผู้ใหญ่บ้าน) มาผสมกันแล้วหยอดใส่ในหลุมกระทะ พอเริ่มสุกก็แคะมันอออกมาวางคว่ำใส่จานหรือช้อน นั่นมีความหมายว่า การอยู่ด้วยกันตลอดไป ทำกันแบบนี้จนเป็นประเพณี และขนมนั้นก็มีชื่อเรียกตั้งแต่แรกว่า ขนมแห่งความรัก หรืออีกชื่อคือ ขนมคนรักกัน จากนั้นผ่านกาลเวลามาเรื่อย ๆ คนเริ่มเรียกชื่อใหม่ว่า ขนมครก ย่อมาจากคำว่า “ขนม-คน-รัก-กัน (ค.ร.ก) “ และนี้คือตำนานขนมครกที่มีมาช้านาน